กลับมาอีกครั้งกับยอดนักสืบตัวน้อยที่แฟน ๆ ทั่วโลกรอคอย กับ ยอดนักสืบจิ๋วโคนัน เดอะมูฟวี่ 23: ศึกชิงอัญมณีสีคราม ที่พาเราข้ามน้ำข้ามทะเลไปยังสิงคโปร์ เมืองแห่งความหรูหราและความลึกลับ ครั้งนี้โคนันถูกจอมโจรคิดเล่นงานหนักถึงขั้นถูกปล้นของและแปลงโฉมจนจำไม่ได้ ต้องกลายเป็น ‘อาเธอร์ ฮิราอิ’ เด็กหนุ่มลึกลับที่ต้องไขปริศนาคดีฆาตกรรมที่เชื่อมโยงกับอัญมณีในตำนาน ‘กำปั้นสีน้ำเงิน’ ท่ามกลางศึกชิงอัญมณีที่ดุเดือดและเต็มไปด้วยมายากล
เนื้อเรื่องย่อ (ไม่สปอยล์ตอนจบ)
เรื่องราวเริ่มต้นที่สิงคโปร์ เมื่อมหาเศรษฐีท้องถิ่นกู้ ‘บลูแซฟไฟร์’ ขนาดมหึมาที่จมอยู่ใต้ทะเลมานานกว่า 100 ปีขึ้นมา และจัดแสดงที่มารีน่าเบย์แซนด์ส ทว่ากลับเกิดคดีฆาตกรรมขึ้นในงาน พร้อมกับสาส์นของจอมโจรคิดที่เปื้อนเลือดตกอยู่ในที่เกิดเหตุ ขณะเดียวกัน รันและโซโนโกะเดินทางมาชมการแข่งขันคาราเต้ ส่วนโคนันถูกจอมโจรคิดใช้มายากลลักพาตัวมาสิงคโปร์ ถูกยึดอุปกรณ์และแปลงโฉมจนกลายเป็นอีกคนหนึ่ง โคนันต้องร่วมมือกับคิด (โดยไม่เต็มใจนัก) เพื่อไขปริศนาคดีที่ซับซ้อน ขณะที่รันและคู่หมั้นของโซโนโกะอย่างมาโคโตะ ก็เข้ามาพัวพันกับการแข่งขันคาราเต้ที่อาจเกี่ยวข้องกับคดีนี้ด้วย
งานการแสดงและตัวละคร
แม้จะเป็นอนิเมชั่น แต่การพากย์เสียงของทีมนักแสดงเดิมยังคงยอดเยี่ยม โดยเฉพาะ มินามิ ทาคายามะ ที่ถ่ายทอดทั้งความเป็นโคนันและอาเธอร์ ฮิราอิได้แตกต่างอย่างชัดเจน ขณะที่ คัปเป้ ยามากุจิ ในบทคิดก็มีเสน่ห์และลึกลับสมบทบาท ตัวละครใหม่อย่างมาโคโตะ คิโอโอกุ (พากย์โดย โนบุยูกิ ฮิยามะ) ได้รับการพัฒนามากขึ้น มีบทบาทสำคัญทั้งในคาราเต้และคดี ส่วนรันก็ยังคงความน่ารักและห่วงใย แต่การที่เธอจำโคนันไม่ได้กลับกลายเป็นจุดที่สร้างความตึงเครียดและความสนุกให้กับเรื่อง
งานกำกับ ภาพ และดนตรี
ผู้กำกับ ชิกะ นากาโอกะ (ซึ่งรับหน้าที่กำกับครั้งแรกในซีรีส์โคนัน) ทำได้ดีในการสร้างบรรยากาศของสิงคโปร์ที่สวยงามและมีชีวิตชีวา ฉากแอ็กชันโดยเฉพาะการไล่ล่าและการต่อสู้คาราเต้ถูกออกแบบมาได้อย่างตื่นเต้น เร้าใจ งานภาพใช้เทคนิค CGI ผสมผสานกับอนิเมชั่น 2D ได้อย่างกลมกลืน โดยเฉพาะฉากที่มารีน่าเบย์แซนด์สและย่านไชน่าทาวน์ ดนตรีประกอบโดย คัตสึโอะ โอโนะ ยังคงได้อารมณ์สืบสวนและระทึกขวัญ เพลงประกอบอย่าง ‘BLUE SAPPHIRE’ โดย โทชิอิ คาโดมาสึ ก็เข้ากับธีมของเรื่องได้อย่างลงตัว
บทวิเคราะห์จากกองบรรณาธิการ
หนึ่งในจุดเด่นของหนังเรื่องนี้คือการพลิกบทบาทของโคนันที่ต้องกลายเป็นผู้ถูกควบคุมโดยจอมโจรคิด ซึ่งต่างจากภาคก่อน ๆ ที่โคนันมักเป็นฝ่ายนำ การที่เขาสูญเสียอุปกรณ์และถูกแปลงโฉมทำให้ต้องพึ่งพาความสามารถที่แท้จริงของตัวเองมากขึ้น สร้างความสดใหม่ให้กับตัวละคร นอกจากนี้ หนังยังสอดแทรกประเด็นเกี่ยวกับอัตลักษณ์และการถูกเข้าใจผิด โดยเฉพาะเมื่อรันและเพื่อน ๆ ไม่รู้ว่า ‘อาเธอร์’ คือใคร ทำให้เกิดสถานการณ์น่าอึดอัดและน่าติดตาม อย่างไรก็ตาม ปมสำคัญของเรื่องอาจเดาได้ไม่ยากสำหรับแฟนตัวยง และการดำเนินเรื่องในช่วงกลางค่อนข้างยืดเยื้อเล็กน้อย แต่ก็ยังคงความบันเทิงและปิดท้ายด้วยฉากแอ็กชันที่มันส์ไม่เบา
สรุป
ยอดนักสืบจิ๋วโคนัน เดอะมูฟวี่ 23: ศึกชิงอัญมณีสีคราม เป็นภาคที่สนุกและแตกต่างด้วยการพลิกบทบาทของโคนัน แม้ปมคดีอาจไม่ซับซ้อนมาก แต่แฟน ๆ จะได้เห็นความสามารถของโคนันที่ต้องพึ่งพาตัวเอง รวมถึงฉากแอ็กชันและภาพที่สวยงามของสิงคโปร์ เหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบแนวสืบสวน-ลึกลับ และแฟนโคนันที่อยากเห็นความสัมพันธ์ระหว่างโคนันกับคิดในมุมใหม่
ภาพจากหนัง
👍 จุดเด่น
- +การพากย์เสียงและบทบาทของตัวละครหลักยังคงยอดเยี่ยม
- +ฉากแอ็กชันและภาพของสิงคโปร์สวยงาม ตื่นเต้น
- +พลิกบทบาทให้โคนันเป็นฝ่ายถูกควบคุม สร้างความสดใหม่
👎 จุดด้อย
- −ปมคดีค่อนข้างเดาง่ายสำหรับแฟนที่ติดตามมายาวนาน
- −ช่วงกลางเรื่องดำเนินเรื่องช้าและยืดเยื้อไปบ้าง
นักแสดงนำ
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
หนังเข้าฉายในประเทศไทยเมื่อปี 2019 และปัจจุบันสามารถหาชมได้ทางสตรีมมิ่งบางแพลตฟอร์ม
ไม่จำเป็น เพราะเนื้อเรื่องเป็นสแตนด์อโลน แต่ถ้าดูตอนที่เกี่ยวข้องกับจอมโจรคิดและมาโคโตะจะเข้าใจความสัมพันธ์มากขึ้น
มีซีนหลังเครดิตที่เชื่อมโยงกับเนื้อเรื่องและตัวละครที่ปรากฏในภาคนี้ แนะนำให้รอดู
จอมโจรคิดต้องการใช้โคนันเป็นเครื่องมือในการไขปริศนา จึงใช้มายากลเปลี่ยนหน้าตาและขโมยอุปกรณ์ของเขาเพื่อบังคับให้ร่วมมือ