ใครจะคิดว่าสาวน้อยนักผจญภัยผู้ชื่นชอบการสำรวจป่าดงดิบอย่าง 'ดอร่า' จะต้องมาเผชิญหน้ากับความท้าทายที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิต นั่นคือการเข้าเรียนในโรงเรียนมัธยมปลาย! ดอร่า และเมืองทองคำที่สาบสูญ (Dora and the Lost City of Gold) คือภาพยนตร์ที่ดัดแปลงจากการ์ตูนชื่อดังของนิคเคโลเดียน นำเสนอการผจญภัยครั้งใหม่ของดอร่าที่ต้องใช้ทั้งทักษะเอาชีวิตรอดและความกล้าหาญเพื่อช่วยเหลือพ่อแม่ของเธอ พร้อมไขปริศนาของเมืองทองคำที่สาบสูญ
เนื้อเรื่องย่อ (ไม่สปอยล์ตอนจบ)
เรื่องราวเริ่มต้นเมื่อ 'ดอร่า' (อิซาเบลา เมอร์เซด) เด็กสาวที่เติบโตมากับครอบครัวนักสำรวจในป่าฝน ต้องย้ายมาใช้ชีวิตในเมืองและเข้าเรียนในโรงเรียนมัธยมปลายพร้อมกับลูกพี่ลูกน้อง 'ดีเอโก' (เจฟฟรีย์ วอห์ลเบิร์ก) ที่เธอไม่ได้เจอมานาน ชีวิตในโรงเรียนของดอร่าไม่ราบรื่นนัก因为她พูดภาษาสเปนกับลิงบู๊ตส์เป็นเพื่อนและพกอุปกรณ์สำรวจติดตัวตลอดเวลา จนถูกเพื่อนร่วมชั้นมองว่าเป็นพวกประหลาด แต่แล้วเมื่อพ่อแม่ของดอร่า (ไมเคิล พีนา และอีวา ลองโกเรีย) ถูกจับตัวไป เธอจึงต้องออกเดินทางไปยังเปรูพร้อมกับดีเอโก ซามี (แมดเดอลีน แมดเดน) แลนดี้ (นิโคลัส คูมบ์) และไกด์ลึกลับอเลฮานโดร (ยูเฮนิโอ เดอเบซ) เพื่อตามหาพ่อแม่และเมืองทองคำที่สาบสูญก่อนที่คนร้ายจะค้นพบ
งานการแสดงและตัวละคร
หัวใจของหนังเรื่องนี้คือ อิซาเบลา เมอร์เซด ในบทดอร่า เธอถ่ายทอดความร่าเริง ซื่อตรง และความกล้าหาญของตัวละครได้อย่างเป็นธรรมชาติ แม้บางครั้งจะดูเว่อร์เกินไป แต่ก็เข้ากับต้นฉบับการ์ตูนดี เธอมีเคมีที่ดีกับเจฟฟรีย์ วอห์ลเบิร์กที่รับบทดีเอโกในช่วงวัยรุ่นที่เขินอาย และโดยเฉพาะอย่างยิ่งกับบู๊ตส์ลิงน้อยที่กลายเป็นขวัญใจคนดู ส่วนยูเฮนิโอ เดอเบซก็เพิ่มความตลกในแบบของเขาขณะที่ตัวละครอื่นๆ ก็มีมิติพอสมควร แม้ตัวร้ายจะค่อนข้างบางแต่ก็ไม่ถึงกับเสียอรรถรส
งานกำกับ ภาพ และดนตรี
ผู้กำกับ เจมส์ โบบิน (จาก Muppets Most Wanted) ทำหน้าที่ได้ดีในการปรับการ์ตูนสำหรับเด็กให้เป็นหนังผจญภัยที่ดูสนุกทั้งครอบครัว งานภาพถ่ายทำในป่าจริงที่เปรูและออสเตรเลียให้ความรู้สึกสมจริง สีสันสดใส ดนตรีประกอบโดย John Debney และ Germaine Franco ช่วยเสริมอารมณ์และเพิ่มความสนุกให้กับฉากแอ็คชั่น โดยเฉพาะการที่หนังไม่กลัวที่จะแทรกมุกตลกแบบเมตาคอมเม้นท์เกี่ยวกับความเป็นหนังของตัวเอง
บทวิเคราะห์จากกองบรรณาธิการ
สิ่งที่ทำให้ ดอร่า และเมืองทองคำที่สาบสูญ น่าสนใจคือการที่หนังตระหนักถึงต้นกำเนิดของตัวเองและเล่นกับมันอย่างสนุกสนาน หนังไม่พยายามจริงจังเกินไป แต่ก็ไม่ได้ดูถูกผู้ชมด้วย มีมุกตลกที่แฝงความฉลาดและสอดแทรกข้อคิดเรื่องมิตรภาพ ความกล้าหาญ และการยอมรับความแตกต่าง แม้พล็อตจะดำเนินไปตามสูตรสำเร็จของหนังผจญภัย แต่การเดินทางของตัวละครและการเติบโตของดอร่าในสังคมที่ไม่เข้าใจเธอทำให้หนังมีหัวใจ อย่างไรก็ตาม หนังอาจจะเดาง่ายและมุกบางมุกก็อาจจะดูเด็กเกินไปสำหรับผู้ใหญ่บางคน
สรุป
ดอร่า และเมืองทองคำที่สาบสูญ เป็นหนังผจญภัยครอบครัวที่สนุก เบาสมอง และเต็มไปด้วยหัวใจ แม้จะไม่แปลกใหม่แต่ก็ทำออกมาได้ดีเกินคาด เหมาะสำหรับพาลูกหลานดู หรือผู้ใหญ่ที่อยากย้อนวัยไปกับการผจญภัยในป่า หนังมีข้อคิดแฝงและมุกตลกที่ทั้งเด็กและผู้ใหญ่หัวเราะร่วมกันได้ ดูเพลินๆ ไม่ต้องคิดมาก
ภาพจากหนัง
👍 จุดเด่น
- +อิซาเบลา เมอร์เซด แสดงได้โดดเด่น สดใส และเข้ากับบท
- +งานภาพสวย ถ่ายทำในสถานที่จริง สีสันสดใส
- +มุกตลกจังหวะดี โดยเฉพาะมุกเมตาคอมเม้นท์
- +เหมาะสำหรับครอบครัว ให้ข้อคิดเรื่องมิตรภาพและความกล้า
- +บู๊ตส์ลิงน้อยน่ารักมาก
👎 จุดด้อย
- −พล็อตเดาง่าย ตามสูตรหนังผจญภัย
- −ตัวร้ายขาดมิติ
- −มุกตลกบางมุกอาจดูเด็กเกินไปสำหรับผู้ใหญ่
นักแสดงนำ
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
หนังเรท PG (ผู้ปกครองแนะนำ) มีฉากแอ็คชั่นและอันตรายเล็กน้อย แต่โดยรวมสนุก ปลอดภัย เหมาะกับเด็กอายุ 8 ปีขึ้นไป
มีเพียงภาคเดียวคือ Dora and the Lost City of Gold (2019) ยังไม่มีประกาศสร้างภาคต่อ
เนื้อหาหลักคล้ายกันคือดอร่าชอบผจญภัย แต่หนังเพิ่มบริบทวัยรุ่นและโรงเรียนเข้ามา รวมถึงมีมุกตลกแบบรู้ตัวว่ากำลังอยู่ในหนัง (meta humor)
หนังถ่ายทำที่เปรูและออสเตรเลีย มีการใช้ภาษาสเปนและเคชัว (Quechua) เล็กน้อยเพื่อความสมจริง