ถ้าคุณคิดว่าหนังมังกรเป็นแค่เรื่องราวของการต่อสู้และทำลายล้าง ลองดู อภินิหารไวกิ้งพิชิตมังกร (How to Train Your Dragon) แล้วความคิดคุณจะเปลี่ยนไป หนังแอนิเมชั่นจาก DreamWorks ปี 2010 เรื่องนี้ไม่ใช่แค่การผจญภัยสุดมันส์ แต่ยังสอนให้เรารู้จักการมองข้ามความแตกต่าง และพบว่าสิ่งที่เราเกลียดกลัวอาจกลายเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดของเราได้
เนื้อเรื่องย่อ (ไม่สปอยล์ตอนจบ)
บนเกาะเบิร์กที่เต็มไปด้วยมังกร ฮิคคัพ หนุ่มน้อยไวกิ้งที่ไม่เข้ากับใคร ต้องฝึกฝนการล่ามังกรเพื่อพิสูจน์ตัวเองให้พ่อของเขา หัวหน้าเผ่าสโตอิคยอมรับ แต่แล้ววันหนึ่งเขาก็พบมังกรที่หายากและอันตรายที่สุดอย่าง 'ไนท์ฟิวรี่' ที่ได้รับบาดเจ็บ ฮิคคัพไม่สามารถลงมือฆ่ามันได้ กลับเลือกที่จะปล่อยมันไป และนั่นคือจุดเริ่มต้นของมิตรภาพที่จะเปลี่ยนชะตากรรมของทั้งเผ่าพันธุ์มนุษย์และมังกร
งานการแสดงและตัวละคร
แม้จะเป็นหนังแอนิเมชั่น แต่การพากย์เสียงของนักแสดงทำได้ยอดเยี่ยม เจย์ บารูเชล ให้เสียงฮิคคัพที่ทั้งขี้กลัวและชาญฉลาด ขณะที่ เจอราร์ด บัตเลอร์ ถ่ายทอดสโตอิคพ่อผู้เคร่งขรึมแต่รักลูกได้อย่างสมบูรณ์แบบ เครก เฟอร์กูสัน ในบทก็อบเบอร์ก็เพิ่มอารมณ์ขันและความอบอุ่น ตัวละครแต่ละตัวมีเอกลักษณ์ ไม่ว่าจะเป็นแอสทริดที่แข็งแกร่ง หรือสมอทลูทที่ขี้โอ่ ทุกตัวช่วยขับเคลื่อนเรื่องราวและทำให้โลกของเบิร์กมีชีวิตชีวา
งานกำกับ ภาพ และดนตรี
คริส แซนเดอร์ส ผู้กำกับร่วมกับดีน เดอบลัวส์ สร้างโลกไวกิ้งที่สวยงามตระการตา การบินของมังกรในท้องฟ้าทำให้เรารู้สึกอิสระและตื่นเต้นไปด้วย เพลงประกอบโดย จอห์น พาวเวลล์ ยกระดับอารมณ์ของหนัง โดยเฉพาะเพลง "Forbidden Friendship" ที่สื่อถึงมิตรภาพระหว่างฮิคคัพและทูธเลสได้อย่างซาบซึ้ง เทคนิคแอนิเมชั่นในยุคนั้นยังดูดีไม่ตกยุค
บทวิเคราะห์จากกองบรรณาธิการ
สิ่งที่ทำให้ How to Train Your Dragon โดดเด่นคือการตั้งคำถามถึงประเพณีที่สืบทอดกันมา ฮิคคัพไม่ใช่ฮีโร่ที่แข็งแกร่ง แต่เขาใช้สติและความเข้าใจในการเอาชนะ ซึ่งเป็นบทเรียนอันมีค่าสำหรับผู้ชมทุกวัย หนังยังพูดถึงความสัมพันธ์ระหว่างพ่อลูกอย่างลึกซึ้ง การยอมรับในตัวตนที่แตกต่าง และการสร้างสันติภาพแทนสงคราม แม้โครงเรื่องอาจเดาได้ไม่ยาก แต่การดำเนินเรื่องและการพัฒนาตัวละครทำให้หนังน่าติดตามตั้งแต่ต้นจนจบ
สรุป
อภินิหารไวกิ้งพิชิตมังกร คือหนังแอนิเมชั่นที่ควรค่าแก่การดูสักครั้งในชีวิต ไม่ว่าคุณจะอายุเท่าไหร่ หนังจะทำให้คุณยิ้ม ซาบซึ้ง และเชื่อในพลังของมิตรภาพ เหมาะสำหรับครอบครัวที่ต้องการดูหนังที่มีทั้งความสนุกและข้อคิดดีๆ
ภาพจากหนัง
👍 จุดเด่น
- +เนื้อเรื่องอบอุ่นหัวใจ สอนเรื่องมิตรภาพและความเข้าใจ
- +ตัวละครมีมิติ โดยเฉพาะฮิคคัพและทูธเลส
- +ภาพสวยงาม เพลงประกอบยอดเยี่ยม
- +เหมาะสำหรับทุกวัย เด็กและผู้ใหญ่ดูได้
👎 จุดด้อย
- −เนื้อเรื่องค่อนข้างตรงไปตรงมา เดาได้ไม่ยาก
- −บางตัวละครรองยังไม่ถูกพัฒนาเท่าที่ควร
นักแสดงนำ
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ฉายครั้งแรกในปี 2010
มี 3 ภาคหลัก คือ How to Train Your Dragon (2010), How to Train Your Dragon 2 (2014) และ How to Train Your Dragon: The Hidden World (2019)
เป็นของ DreamWorks Animation
สอนให้เข้าใจและยอมรับความแตกต่าง มิตรภาพสามารถเกิดขึ้นได้แม้กับสิ่งที่เรากลัว